แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตรายจากบุหรี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตรายจากบุหรี่ แสดงบทความทั้งหมด

การสูบบุหรี่กับสุขภาพปากและฟัน


การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงของสุขภาพปากและฟันที่สำคัญที่สุด
สาเหตุ
· ควันบุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด เป็นสารก่อมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด
· สารพิษที่สำคัญคือ ทาร์ นิโคติน ฟอร์มาดีไฮด์ แอมโมเนีย สารหนู และสารก่อมะเร็งชนิดต่าง ๆ
· ปากคนสูบบุหรี่เป็นอวัยวะด่านแรกของร่างกายที่สัมผัสกับสารพิษเหล่านี้
· สารพิษเหล่านี้จะละลายอยู่ในน้ำลายของคนสูบบุหรี่ น้ำลายที่มีสารพิษเหล่านี้ จะเคลือบเนื้อเยื่อภายในช่องปากทั้งหมด ทั้งเหงือก ฟัน เพดานปาก ลิ้น ลำพอ
การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดกลิ่นปาก
· สาเหตุหลักของกลิ่นปากเกิดจากการรักษาความสะอาดช่องปาก สุขภาพฟันและเงือก
· การสูบบุหรี่ทำให้ปริมาณน้ำลายลดลงทำให้ปากแห้ง ทำให้กลิ่นปากรุนแรงขึ้น
· การมีคลาบจุลินทรีย์ มีฟันผุ เป็นโรคเหงือก ทำให้เชื้อแบคทีเรียในช่องปากมีปริมาณมากขึ้น ทำให้กลิ่นปากรุนแรงขึ้น
· การสูบบุหรี่ ทำให้มีคราบจุลินทรีย์เกาะติดที่ฟันมากขึ้น เร็วขึ้น เชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้น เกิดเหงือกอักเสบบ่อย และรุนแรงขึ้น
· การไม่แปรงฟัน หรือแปรงฟันไม่ถูกวิธี ทำให้เศษอาหารติดค้างอยู่ตามคราบฟันร่องฟัน ซอกฟัน เชื้อแบคทีเรียจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นปากรุนแรง
· การสูบบุหรี่เพิ่มอุณหภูมิในช่องปาก เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ และทำให้จำนวนแบคทีเรียในช่องปากเพิ่มขึ้น
· การเลิกสูบบุหรี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดกลิ่นปาก
การสูบบุหรี่กับมะเร็งในช่องปาก
· สารก่อมะเร็งกว่า 70 ชนิด ในควันบุหรี่จะละลายอยู่ในน้ำลายของผู้สูบบุหรี่ ทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากถูกอาบด้วยสารก่อมะเร็งตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการสูบบุหรี่
· การเคี้ยวยาเส้นทำให้เกิดเหงือกอักเสบ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งช่องปาก
· มะเร็งในช่องปาก 3 ใน 4 เกิดจากการสูบบุหรี่ หรือเคี้ยวยาเส้น
· ตำแหน่งที่เป็นมะเร็งอาจจะเป็นริมฝีปาก เหงอก โคนลิ้น กระพุ้งแก้ม หลอดคอ หลอดอาหารส่วนต้น ซึ่งก็คืออวัยวะส่วนที่สัมผัสกับสารก่อมะเร็งในควันบุหรี่ที่ละลายในน้ำลายนั่นเอง

น้ำลายที่มีสารพิษจากควันบุหรี่ละลายอยู่นี้ จะทำอันตรายกับช่องปากอย่างไร

     · ทำให้เกิดการระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปาก เช่นเดียวกับการระคายเคืองเวลาควันบุหรี่เข้าตา แต่สารพิษในควันบุหรี่ที่ละลายในน้ำลายไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองปาก เพราะประสาทสัมผัสเกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บแสบในช่องปากไม่ไวเท่ากับประสาทสัมผัสของตา
     · ทำให้เลือดไปเลี้ยงเหงือกน้อยลง ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกรองรับฟันได้ออกซิเจนและสารอาหารน้อยลง
     · ทำให้ความรู้สึกรับรสอาหารลดน้อยลง
     · ทาร์และนิโคตินจะจับกับฟัน ทำให้ฟันมีสีน้ำตาล สีเหลืองเหมือนกับที่จับตามเล็บของคนสูบบุหรี่และอาจถึงเป็นฟันสีดำ
     · คราบหินปูนที่จับตามฟันและเกิดเร็วขึ้น ต้องพบแพทย์เพื่อขูดหินปูนบ่อยขึ้น
     · การขูดหินปูนในคนที่สูบบุหรี่จะใช้เวลามากกว่า และขูดยากกว่าคนไม่สูบบุหรี่
     · เพิ่มความเสี่ยงเหงือกร่น และเร่งอัตราการร่นของเหงือก เหงือกร่นทำให้เกิดอาการเสียวฟันตามมา รวมถึงผลต่อความสวยงามบุคลิกภาพ
     · เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ที่ลุกลามถึงกระดูกรองรับฟัน นำไปสู่การทำให้ฟันหลุดร่วงเร็วขึ้น
     · การสูญเสียของฟันในผู้สูบบุหรี่ชาย = 2.9 ซี่ทุก 10 ปี สำหรับผู้สูบบุหรี่ชาย และ 1.5 ซี่ สำหรับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ (คิดเป็นจำนวนซี่ฟันที่หลุดร่วงเป็น 2 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่) ถ้าคุณเริ่มสูบบุหรี่อายุ 18 ปี – จนถึง 35 ปี คุณอาจจะสูญเสียฟันไป 4-5 ซี่ ถ้าสูบปริมาณวันละซองเป็นเวลา 16 ปี โอกาสฟันหลุดร่วงเพิ่มขึ้น 3.5 เท่า
     · เกิดแผลในช่องปากบ่อยขึ้น ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย
     · การสูบบุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานของร่ายกาลดลง ยิ่งเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ
     · ทำให้แผลภายหลังการทำฟันหายช้า ทำให้การรักษาโรคเหงือกการรักษาฟัน รวมถึงการทำรากฟันเทียมได้ผลไม่ดีเหมือนคนไม่สูบบุหรี่ ดังนั้น ในคนที่สูบบุหรี่ควรจะหุยุดสูบก่อนและหลังการทำฟันและดีที่สุดคือหยุดสูบบุหรี่ไปเลย

ผลข้างเคียงจากการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า

     1. ผมร่วง – การสูบบุหรี่กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่ายกายไวต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งทำให้ผมร่วง มีแผลในปาก ผื่นขึ้นใบหน้า หนังศีรษะและมือ

     2. ต้อกระจก – เชื่อกันว่าการสูบบุหรี่ทำให้สภาพดวงตาเสื่อมลง คนที่สูบบุหรี่มีอัตราการเกิดต้อกระจกสูงกว่าคนปกติถึง 40% โดยต้อกระจกจะทำให้เลนส์ดวงตามัว ขวางลำแสงและอาจทำให้ตาบอดได้

     3. ฟันผุ – การสูบบุหรี่มีผลรบกวนต่อสภาพทั่วไปในช่องปาก ทำให้เกิดคราบฟันเหลืองและฟันผุได้ คนที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสสูญเสียฟันได้มากกว่าคนปกติ 1 เท่าครึ่ง

     4. กระดูกพรุน – คาร์บอนมอนนอกไซด์ เป็นก็าซพิษหลักที่พ่นออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์และคันบุหรี่จะไปจับกับเม็ดเลือดได้ดีกว่า ออกซิเจนภายในร่ายกายของคนที่สูบบุหรี่ ทำให้ออกซิเจนในเม็ดเล็ดลดลงถึง 15% ผลที่ตามมาคือ กระดูกของคนที่สูบบุหรี่จะสูญเสียความหนาแน่น หักง่ายและใช้เวลาในการรักษายาวนานกว่าเดิม 80% นอกจากนี้คนที่สูบบุหรี่ จะมีปัญหาปวดหลังมากกว่าคนปกติ 5 เท่า

     5. ถุงลมโป่งพอง – นอกจากมะเร็งปอดแล้วการสูบบุหรี่ยังทำให้เกิดถุงลมโป่งพอ ซึ่งเป็นภาวะที่ถุงลมบวมและแตก ส่งผลให้ปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ได้ตามปกติ ในผู้ป่วยที่เป็นรุนแรงมากจะต้องทำการเจาะคอช่วยในการหายใจ เป็นการเปิดช่องอากาศผ่านเข้าไปในปอด

     6. นิ้วเหลือง – ส่วนประกอบของทาร์ ในบุหรี่จะคั่งค้างตามนิ้วมือและเล็บ ทำให้นิ้วมือเป็นสีเหลือง น้ำตาล

     7. เชื้ออสุจิผิดปกติ – การสูบบุหรี่ทำให้เชื้ออสุจิผิดปกติและทำลายพันธุกรรมของเชื้ออสุจิ จึงทำให้เกิดการแท้งได้หรือเด็กเกิดมาผิดปก การสูบบุหรี่ยังลดปริมาณเชื้ออสุจิ และทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงที่องคชาติได้น้อยลง จึงทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และยังพบว่าผู้ชายที่เป็นหมันส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สูบบุหรี่

     8. โรคสะเก็ดเงิน –  คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินได้มากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคไม่ติดต่อที่มีการอักเสบของผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน มีผื่นแดง พุพองทั่วร่างกาย

     9. โรคการอักเสบของผิวหนังชนิด Buerger – โรคการอักเสบของผิวหนังชนิด Bueger หรือโรค Thromboangiitis Obliterans เป็นการอักเสบของเส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ และเส้นประสาทที่ขา และจำกัดเลือดที่ไปเลี้ยงขา ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเนื้อตาย จนต้องตัดขาบริเวณที่เนื้อตาย

    10. ผิวหนังเหี่ยวย่น – การสูบบุหรี่ทำให้ผิวหนังดูแก่ก่อนวัย เนื่องจากไปมีผลกับโปรตีนที่ให้ความยืดหยุ่นต่อผิวหนัง ทำให้ผิวหนังขาดวิตามิน A และไปจำกัดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนัง สภาพผิวหนังของคนที่สูบบุหรี่จึงแห้งหยาบและมีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ โดยเฉพาะรอบ ๆ ริมฝีปาและดวงตา

    11. มะเร็งผิวหนัง – การสูบบุหรี่ไม่ทำให้เกิด Melanoma (มะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่งที่อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต) แต่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะตายจาก Melanoma คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังชนิด Cutaneus Squamous cell cancer มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า ซึ่งทำให้ผิวหนังเป็นขุยลอกเป็นผื่นแดง

    12. การสูญเสียการได้ยิน – คนที่สูบบุหรี่จะสูญเสียการได้ยินมากกว่าคนปกติ เนื่องจากบุหรี่ไปทำให้เกิดคราบ (plaque) บนผนังเส้นเลือดส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปสู่หูชั้นในได้น้อยลง นอกจากนี้ยังพบปัญหาการติดเชื้อของหูชั้นกลางในคนที่สูบบุหรี่มากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า

    13.โรคหัวใจ - สถิติโลกพบว่า 1 ใน 3 ของการตายมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจในประเทศกำลังพัฒนา พบว่ามีคนตายด้วยโรคหัวใจมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยในแต่ละปีมีผู้ที่ตายด้วยโรคหัวใจจากการสูบบุหรี่มีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น และ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และเส้นเลือดอุดตันจนเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองและอัมพาต

    14. แผลในกระเพาะอาหาร – การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายมีความต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรียลดลงเป็นสาเหตุให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้กระเพาะอาหารไม่สามารถปรับสภาพน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดให้กลายสภาพเป็นกลางได้ภายหลังการรับประทานอาหาร ทำให้มีการกัดกร่อนของเยื่อบุกระเพาะอาหารทำการรักษาได้ยากและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายกว่า

    15. มะเร็งมดลูก และการแท้งลูก – ผู้หญิงที่สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งมดลูกอีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาการมีบุตรยากและเกิดภาวะแทรกซ้อนเวลาตั้งครรภ์และคลอดบุตร แม่ที่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เด็กที่เกิดให้มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติและยังมีการพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสที่จะแท้งลูก และทำให้เด็กเสียชีวิตระหว่างคลอดมากกว่าคนไม่สูบ 2-3 เท่า เนื่องจากทารกในครรภ์ขาดออกซิเจน การสูบบุหรี่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการตายของทารกเฉียบพลัน ที่ทำให้ทารกเสียชีวิตทันที นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังไปมีผลลดระดับเอสโตรเจนทำให้การหมดประจำเดือนเกิดขึ้นก่อนปกติ

    16. มะเร็ง – พบว่าส่วนประกอบมากกว่า 40 ชนิด ในควันบุหรี่ ทำให้เกิดมะเร็ง คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนไม่สูบ 22 เท่า และผลจากการวิจัยพบว่ายิ่งสูบบุหรี่มานานเท่าใดจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งระบบอื่น ๆ

เคล็ดลับวิธีปฏิบัติหลังจากทิ้งบุหรี่


   1.       พยายามอยู่ในที่ห้ามสูบบุหรี่
   2.       ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ที่ออกรสเปรี้ยว เพื่อขับสารนิโคตินออกจากร่างกาย
   3.       หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ชอบดื่มคู่กับการสูบบุหรี่ เช่น ชา กาแฟ เหล้า เบียร์
   4.       พูดคุยกับเพื่อนหรือผู้ที่สามารถจะให้กำลังใจเราได้ แทนการสูบบุหรี่
   5.       นำปากกา ดินสอง หนังสือ ฯลฯ มาถือไว้แทนการคีบบุหรี่
   6.       ทานผลไม้หลังอาหาร เพื่อลดความอยากบุหรี่
   7.       หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เคยสูบเป็นประจำ
8.       ปฏิเสธบุหรี่จากผู้อื่น โดยบอกให้ทราบถึงความตั้งใจจริงที่จะเลิกสูบบุหรี่
9.       สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด
10.   พยายามออกกำลังกาย เช่น วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ กระโดดเชือก หรือแม้แต่การเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์
11.   หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดที่ทำให้อยากสูบบุหรี่ตามมา หากคุณเคยชินกับการสูบบุหรี่หลังอาหาร ให้แปรงฟันหลังอาหารแทนการสูบบุหรี่
12.   ให้กำลังใจตนเอง อย่ายอมแพ้ต่อความยากลำบากเพราะนี่คือ การวัดใจตัวเราเอง ว่าเรามุ่งมันแค่ไหนที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้

20 ความจริงที่ผู้สูบบุหรี่ควรรู้

การเลิกบุหรี่
ในฐานะคนสูบบุหรี่เรามักจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างการสูบบุหรี่ของตัวเองกับความจริงที่น่ากลัว ที่บุหรี่ทุกมวนทำอันตรายต่อร่างกายของเรา

ข้ออ้างของคนสูบบุหรี่

“เรามักจะปลอบใจตัวเอง เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายใจ”  “เราปลอบใจตัวเองว่าอีกไม่นานจะเลิกสูบ”  “เราคงไม่เป็นมะเร็ง เพราะในครอบครัวไม่มีใครเคยเป็นมะเร็ง” “เราจะหยุดสูบเมื่อไรก็ได้ถ้าอยากจะหยุด” “เราคงจะไม่โชคร้าย โรคต่าง ๆ คงจะเกิดกับคนอื่น”

และเนื่องจากโรคจากการสูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้คนสูบบุหรี่ปฏิเสธความจริงเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ปีแล้วปีเล่า  แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะรู้สึกถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เกิดความกลัวและกังวลใจ นี่คือจุดเริ่มต้นที่คนสูบบุหรี่เริ่มคิดอย่างจริงจังถึงการหาทางที่จะเลิกสูบบุหรี่ให้ได้  ก้าวสำคัญในการที่จะตัดวงจรการเสพติดนิโคติน อยู่ที่การเลิกปฏิเสธและหันมายอมรับความจริง ต้องเปลี่ยนมุมมองจากการมองบุหรี่เหมือนเพื่อนหรือคู่หูที่เราขาดไม่ได้ มาเป็นเพชฌฆาตที่ร้ายกาจตามความเป็นจริง ถ้าคุณคิดว่าถึงเลาที่คุณจะหยุดสูบบุหรี่หรือคุณเพิ่งจะเลิกสูบบุหรี่และต้องการกำลังใจเพื่อที่จะไม่ให้กลับไปสูบใหม่ ขอเสนอให้คุณศึกษาและใช้ความจริงที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ต่อไปนี้ เพื่อทำให้คุณใจแข็งในการที่จะเลิกสูบบุหรี่อย่างถาวร

ความจริงและสถิติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่

1.  ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้สูบบุหรี่ 1,300 ล้านคนและตามแนวโน้มที่เป็นอยู่จำนวนผู้สูบบุหรี่จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 ล้านคนในปี ค.ศ. 2025
2.  ประเทศจีนมีผู้สูบบุหรี่ 350 ล้านคน สูบบุหรี่ 1.7 ล้านล้านมวนต่อปี หรือ 3 ล้านมวนต่อนาที
3.  ในหนึ่งนาที ทั่วโลกจะมีการซื้อบุหรี่ 10 ล้านมวนหรือเท่ากับหนึ่งหมื่นห้าพันล้านมวนต่อวัน 5 ล้านล้านมวนต่อปี
4.  ก้นบุหรี่ 5 ล้านล้านมวนมีน้ำหนักประมาณ 900 ล้านตัน
5.  ก้นบุหรี่นับล้านล้านมวน ที่เต็มไปด้วยสารพิษนี้ จะกลายเป็นขยะตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเราทุก ๆ ปี
6.  ก้นกรองบุหรี่แต่ละก้น เป็นสารพลาสติกที่ต้องใช้เวลา 18 เดือน ถึง 10 ปี ในการย่อยสลาย
7.  บุหรี่แต่ละมวน มีนิโคติน 8 -9 มิลลิกรัม ในขณะที่ซิการ์แต่ละมวน มีนิโคติน 100-200 มิลลิกรัม หรืออาจถึง 400 มิลลิกรัม
8.  นิโคตินที่มีในบุหรี่ สี่ หรือ ห้ามวน หากกินเข้าไปสู่ร่างกายทีเดียวจะฆ่าชีวิตคนได้ แต่ผู้สูบบุหรี่จะได้รับนิโคติน หนึ่ง ถึง สอง มิลลิกรัมต่อมวนที่เหลือถูกเผาไหม้ไป
9.  สารเคมีแอมเบอร์กิสเป็นหนึ่งในสารนับร้อยชนิดที่ใช้ในการปรุงแต่งกลิ่นรสบุหรี่
10.สารเคมีเบนซีน (คนละตัวกับน้ำมันเบนซิน) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ในควันบุหรี่มีสารเบนซีนจำนวนมาก
11.สารกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม พบมีปริมาณไม่มากในควันบุหรี่
12.ไฮโดรเจนไซยาไนด์ หนึ่งในสารที่พบในควันบุหรี่ใช้เป็นบุหรี่สำหรับฆ่าทหารฝ่ายตรงข้ามในสงครามโลกครั้งที่สอง
13.ควันบุหรี่มีสารประกอบด้วยสารก่อมะเร็งมากกว่า 60 ชนิด
14.ควันบุหรี่ที่ลอยจากปลายมวนระหว่างการสูบมีความเข้มข้นของสารพิษและสารก่อมะเร็งสูงกว่าควันที่ผู้สูบบุหรี่หายใจออกมา
15.ทั่วโลกมีวัยรุ่นติดบุหรี่ใหม่วันละ 80,000 – 100,000 คน
16.หนึ่งในห้าของวัยรุ่นทั่วโลกติดบุหรี่
17.ประมาณหนึ่งในสี่ของวัยรุ่นที่มีชีวิตอยู่ในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกขณะนี้ จะเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่
18.ครึ่งหนึ่งของคนที่สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุด จะเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่
19.ทุก ๆ 8 วินาที จะมีคนตายจากการสูบบุหรี่หนึ่งคนในโลกนี้ ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ ปีละ 5.4 ล้านคน
20.บุหรี่จะคร่าชีวิตคนในโลก หนึ่งพันล้านคนในศตวรรษนี้ ถ้าหากทั่วโลกไม่รณรงค์ควบคุมการสูบบุหรี่อย่างจริงจังกว่าที่เป็นอยู่

บทความสุขภาพที่เีกี่ยวข้อง