แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีลดความอ้วน เทคนิคการลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีลดความอ้วน เทคนิคการลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด

เคล็ดลับของสาว ๆ ที่อยากมีสะโพกสวย

ลองทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ต่อไปนี้ แล้วคุณจะมีบั้นท้ายที่กลมกลึง

วิธีแรก ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิคการวิ่ง ปั่นจักรยาน การบริหารเฉพาะส่วน ฯลฯ เป็นวิธีที่ช่วยให้สะโพกสวย แน่น และกระชับมากขึ้น คนอ้วน หรือผอมก็สามารถใช้วิธีนี้ได้

วิธีที่สอง ควบคุมอาหาร แต่ไม่ใช่อดอาหารนะคะ เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์มากกว่ารับประทานตามใจปาก ควรทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ และหยุดทันทีถ้ารู้สึกอิ่ม ลดอาหารจำพวกที่ให้พลังงานสูง และอาหารรสจัด หวานจัด มันจัด ควรดื่มนมที่พร่องมันเนย ของขบเคี้ยว ให้เลือกทานประเภทพืชเปลือกแข็งแทน เช่น ถั่ว เม็ดแตงโม ฯลฯ

วิธีที่สาม การนวด การนวดมีประโยชน์มากกับขาช่วงต้นขาด้านบน ด้านหน้าและหลัง โดยเฉพาะช่วงต่อจากก้นลงมา เพราะถ้าบริเวณนี้มีไขมันมากจะทำให้สะโพกห้อยและย้อยได้ นอกจากนี้การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งกำจัดของเสียและไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังด้วย

ข้อแนะนำสำหรับการนวดที่ดี คือ ให้ใช้ครีมที่ใช้ขจัดไขมันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนวด ควรเป็นตอนก่อนนอน หลังอาบน้ำในตอนเช้า หรือก่อนทานอาหารหนึ่งชั่วโมง ควรใช้ครีมนวดติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ถ้าใช้ ๆ หยุด ๆ จะไม่เห็นผล และหยุดใช้ครีมนวดทันทีถ้าเกิดอาการแพ้

วิธีที่สี่ การขัดผิว จะช่วยในเรื่องของการแตกลาย จุดด่างดำ ผดผื่นแดง และรอยหยาบกร้านให้หมดไป คุณสามารถขัดผิวได้ด้วยตัวเองโดยใช้น้ำมันขัดผิวที่ทำขึ้นเองแบบง่าย ๆ และประหยัด โดยนำเกลือเม็ดใส่ลงในขวด กะปริมาณตามที่ต้องการใช้ จากนั้นเติมน้ำมันมะกอกลงไป สังเกตุให้เกลือดูดซึมน้ำมันจนหมดอย่าให้แห้ง หรือเปียกเกินไป เติมน้ำหอมกลิ่นที่คุณชอบลงไปสัก 2-3 หยด จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นในขณะที่ขัดผิวให้ขัดเป็นวงกลมในบริเวณที่เกิดรอยหยาบกร้าน

วิธีสุดท้าย การเสริมแต่งด้วยชุดชั้นใน เป็นวิธีที่กำลังมาแรงและง่ายที่สุด ผู้หญิงยุคใหม่ที่อยากมีสะโพกสวยมักหันไปพึ่งชุดชั้นใน (INNERWEAR) แทน เพื่อช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีแก่ผู้สวมใส่ จะช่วยจัดทรงให้แก่ผู้สวมใส่ เน้นรูปร่างสัดส่วนมากขึ้น ไม่ว่าหน้าอก เอว หน้าท้อง สะโพก

หลักสูตร 13 วัน ควบคุมอาหารเพื่อหุ่นสวย


จุดประสงค์ของหลักสูตร เพื่อปรับปรุงการเผาผลาญอาหารของร่างกาย หลังจากครบ 13 วันแล้วจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ น้ำหนักจะไม่ขึ้นมาอีกเลยเป็นเวลา 2 ปี ข้อสำคัญ หากทำตามตารางนี้ได้อย่างเคร่งครัดจะลดน้ำหนักได้ประมาณ 7-20 กิโลกรัม ปริมาณอาหารในช่วงควบคุมอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสุขภาพ เพราะส่วนที่ขาดภายในร่างกายจะทำปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามร่าง กายมาใช้เป็นพลังงานทดแทน

     ระยะเวลา 13 วันนี้ ห้ามดื่มเบียร์ ไวน์ สุรา ขนมหวาน เคี้ยวหมากฝรั่ง ลูกอม หรืออาหารอื่นๆ แม้แต่เพียงเล็กน้อย การควบคุมอาหารครั้งนี้จะไม่บังเกิดผลใดๆ เลย และถ้าจะเริ่มต้นใหม่ ต้องกระทำหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว แต่ถ้าควบคุมได้ถึง 6 วัน ก็สามารถเริ่มต้นควบคุมใหม่ได้หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว


     หากคุณรู้สึกหิวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนด ให้ดื่มน้ำมากๆ ห้ามดื่มหรือทานอย่างอื่นแทน ถ้าเป็นคนที่ทานอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร คือทำตามสูตรเป๊ะ จะลดได้มาก แต่ถ้าเป็นคนทานยาก แล้วไม่ทานในแต่ละมื้อที่กำหนด คือไม่ชอบอะไร แล้วข้ามไป เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ไม่สามารถควบคุมต่อได้ในมื้อต่อไป


ตารางควบคุมอาหาร 13 วัน


     วันที่ 1 เช้า กาแฟดำ 1 ถ้วย + น้ำตาล 1 ก้อน กลางวัน ไข่ไก่ต้มแข็ง 2 ฟองผักกาดขาวต้ม 3 ขีดมะเขือเทศ 1 ผล เย็นเนื้อไก่อบ 2 ขีดผักสลัดน้ำใสน้ำมะนาว 2 ผล

     วันที่ 2 เช้า กาแฟดำ 1 ถ้วย + น้ำตาล 1 ก้อน กลางวัน เนื้อหมูอบ 2.5 ขีดโยเกิต 1 ถ้วย เย็น เนื้อไก่อบ 2 ขีดผักสลัดน้ำใสน้ำมะนาว 2 ผลผลไม้สด 1 ผล (แอปเปิ้ล)

     วันที่ 3 เช้า กาแฟดำ 1 ถ้วย + น้ำตาล 1 ก้อนขนมปังปิ้ง 1 แผ่น กลางวัน ไข่ต้มแข็ง 2 ฟองหมูอบ 1 ขีดผักสลัดน้ำใสน้ำมะนาว เย็นขึ้นไถ่ต้มสุก 3 ขีดมะเขือเทศ 1 ผลแอปเปิ้ล 1 ผล

     วันที่ 4 เช้า กาแฟดำ 1 ถ้วย + น้ำตาล 1 ก้อนขนมปังปิ้ง 1 แผ่น กลางวัน น้ำส้มค้น 1 แก้ว โยเกิต 1 ถ้วย เย็น ไข่ต้มแข็ง 1 ฟองแครอทสด 1 หัวนมโฟโมสต์รสจืด 1 กล่อง

     วันที่ 5 เช้า แครอทสด 1 หัวราดด้วยน้ำมะนาว กลางวัน เนื้อปลากระพงขาว 2 ขีด นึ่ง ด้วย-น้ำมะนาวใส่ขึ้นไถ่ 1 ต้น เย็น เนื้อไก่อบ 2 ขีดผัดสลัดน้ำใส

     วันที่ 6 เช้า กาแฟดำ 1 ถ้วย + น้ำตาล 1 ก้อนขนมปังปิ้ง 1 แผ่น กลางวัน ไข่ต้มแข็ง 2 ฟองแครอทสด 1 หัว เย็น เนื้อไก่อบ 2 ขีดผัดสลัดน้ำใสน้ำมะนาว

     วันที่ 7 เช้า ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล กลางวัน น้ำเปล่าอย่างเดียว เย็น หมูย่าง 2 ขีดแอปเปิ้ล 1 ผล

     วันที่ 8-13 เหมือน 1-6


หมายเหตุ
     1. ผักต้มถ้าใช้ผักขมไทยจะดีมาก (ใช้ผักกาดขาว หรือกวางตุ้งแทนได้)
     2. มะเขือเทศผลใหญ่ 1 ผล ถ้าผลเล็กใช้ 2-3 ผล
     3. เนื้อไก่อบ ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกไม่ติดมัน ชั่ง 2 ขีด
     4. ผักสลัดใช้ผัดกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ครึ่งหัว แตงกวา 2 ผล (หั่นรวมกันได้ผัก 1 จาน)
     5. น้ำมะนาว ใช้มะนาวสด 1-2 ผล ชงน้ำร้อนใส่เกลือเล็กน้อย ใส่น้ำแข็งดื่มได้เลย
     6. โยเกิต ถ้ามีรสจืดจะดีมาก ถ้าหาไม่ได้เลือกรสที่ชอบได้ หรือ ถ้าปกติเป็นคนไม่ชอบโยเกิต ให้ซื้อ โยเกิต ยี่ห้อ เมจิ รสจืด ซึ่งไม่มีกลิ่นคาว ทานง่าย
     7. ผลไม้สด 1 ผล เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง ส้มเขียวหวาน กล้วย
     8. ปลากระพงขาว ใช้ปลาช่อนแทนได้
     9 ถ้าไม่ดื่มกาแฟ ให้ดื่มชาลิปตันแทนได้ แต่ถ้าพยายามได้ ให้ดื่มกาแฟโดยใส่ปลายช้อนนิดเดียว
     10. ไข่ต้มต้องต้มให้แข็ง เพราะเป็นยางมะตูมจะให้แคลอรีค่อนข้างมาก
     11. น้ำสลัดใช้ 1 ถ้วย (3-4 ช้อนโต๊ะ) หรือใช้สลัดน้ำขุ่นแทนก็ได้ น้ำสลัดอย่าใช้น้ำใส เพราะมีน้ำตาลมาก ให้ไปซื้อ น้ำสลัดยี่ห้อ Best Foods Light Lemon Salad Dressing สลัดครีมมะนาว สูตรไลท์ จะให้ไขมันต่ำ และอร่อยด้วย
     12. มื้อไหนที่มีสลัดผัก ผลไม้ ไก่ อยู่ด้วยกัน จะนำมาผสมกัน แล้วทานก็ได้ ไม่ห้าม ถ้าชอบ
     13. ขึ้นไฉ่ต้มสุก ให้ต้มใส่เกลือไปเล็กน้อย เพื่อดับความเผ็ด และถ้าย้งทานไม่ไหวเพราะเผ็ดมากให้ จิ้มน้ำจิ้มยี่ห้อซันซอล สัก ต้นละ 1 หยด ห้ามจิ้มมาก ผิดสูตร ให้จิ้มเพื่อให้ทานให้ได้
     14. แครอท ราดน้ำมะนาว จะทานยาก ให้ทานแครอทก่อน แล้ว ดื่มน้ำมะนาวเพียวๆ ตามได้ ให้ผสมกันเองในท้อง (ถ้าลำบากมากสำหรับคนไม่ชอบแครอท ก็ให้จิ้มน้ำสลัดสักหยดสองหยดก็คงช่วยได้บ้าง)
     15. น้ำส้มคั้น ใช้ 5 ลูก อย่าใส่น้ำตาล โดยเด็ดขาด
     16. น้ำเปล่า ดื่มได้ทั้งวัน วันละ 2-3 ลิตร (นอกเหนือจากรายการอาหารนี้ ถ้าหิวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนได้อย่างเดียว)


ข้อมูลจาก  doctorskinhouse.com

เทคนิควิธีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

วิธีลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมีอยู่ 3-4 วิธี ส่วนใหญ่ไม่นิยมทำกัน แต่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีคนทำกันบ้างแต่ไม่มากนัก สาเหตุที่ไม่ค่อยนิยมทำกัน เพราะวิธีการบางอย่างอาจจะต้องมีการทำผ่าตัดร่วมด้วย ผู้มารับการรักษา อาจต้องเจ็บตัวนอกเหนือจากเสียสตางค์แล้ว วิธีการเหล่านั้นคือ

1. การฉีดฮอร์โมนเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้มีผลต่อการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน นอกจากจะมีราคาแพงแล้วยังมีผลข้างเคียงรุนแรงค่อนข้างมาก ถึงขนาดมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะภายในบางอย่าง

2. การผ่าตัดมัดกระดูก ขากรรไกรให้เข้าหากัน ปากของคนนั้นๆ ก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ กลืนอาหารเหลวได้เท่านั้น คงไม่มีใครคิดอยากจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ในเมืองไทย

3. การผ่าตัดเพื่อ ลดขนาดของกระเพาะ หรือการตัดต่อลำไส้เล็กใหม่ให้สั้นลง เพื่อลดเวลาในการดูดซึมสารอาหารในระหว่างผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก นอกจากนี้มีคนทดลองใส่ลูกโป่งเข้าไปในกระเพาะ เพื่อให้มีที่ว่างน้อยลง

4. การผ่าตัดหรือการดูดไขมันหน้าท้องออก ทั้งสองวิธีมีการทำในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบางคนโดยเฉพาะสุภาพสตรี มีไขมันหน้าท้อง ซึ่งทำให้หน้าท้องหย่อนไม่สวยงาม จึงไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาไขมันและทำให้หน้าท้องตึงขึ้น ส่วนการดูดไขมันออกทางหน้าท้อง ใช้วิธีเจาะช่องหน้าท้องแล้วเอาเครื่องมือสอดเข้าไปในชั้นไขมัน ใต้ผิวหนังเพื่อดูดเอาไขมันออก

วิธีที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าการค่อยๆ ลดน้ำหนัก โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกาย แต่ถ้าท่านต้องการทำจริงๆ ท่านควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนที่ท่านจะตัดสินใจ

จะควบคุมน้ำหนักอย่างไรให้ผอมเพรียวและดูดี

  • พยายามดื่มน้ำให้มากเข้าไว้ เพราะน้ำไม่ได้ให้พลังงานแต่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร และทำให้ผิวพรรณดูสดชื่น
  • เพิ่มการรับประทานวิตามินรวม (Multi-vitamin/mineral) เสริมในมื้ออาหาร เพื่อป้องกันสภาวะการขาดสารอาหาร และเสริมภูมิต้านทานของคุณ
  • ออกกำลังกายพอประมาณแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Weight-Training และ Aerobic Training โดยไม่ต้องหักโหม เพียงแค่วันละ 1 ชั่วโมงก็เพียงพอ (Weight-Training 30-45 นาที และ Aerobic Training 15-30 นาที)
  • ควบ คุมปริมาณสารอาหาร คุณไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพียงแต่เลือกรับประทานชนิดของอาหารให้ถูกต้องเพิ่มโปรตีนให้สูงขึ้น ลดอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาล และพยายามงดอาหารจำพวกไขมัน
  • เลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เหมาะสมกับโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก เช่น Cromium Piclinate, L-Carnitine, HCA, ไฟเบอร์ชนิดต่าง ๆ และกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น Omega 3 และ 6 เป็นต้น
ที่มา : เอกสาร Live Well

5 วิธีลดความอ้วนแบบง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้


5 วิธีลดความอ้วนแบบง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้:

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ พยามยามลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน และไม่ควรงดมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะอาจทำให้คุณรับประทานอาหารมื้อถัดไปมากขึ้น ที่สำคัญควรรับประทานประเภทผักใบเขียว เพราะจะมีใยอาหารอยู่มาก 

2. พยายามดื่มน้ำก่อนอาหาร เพื่อถ่วงกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หรือเลือกรับประทานใยอาหารก่อนอาหารประมาณครั้งชั่วโมงแทน 

3. เพื่อผลทางจิตวิทยา ควร ใช้ภาชนะเล็กลง โดยมีปริมาณอาหารเท่าเดิมเพื่อให้ดูว่ามีอาหารมากขึ้น และควรใช้ช้อนขนาดเล็กเพื่อจะได้รับประทานช้าลง ที่สำคัญควรฝึกเคี้ยวช้า ๆ จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น 

4. หาเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมมากขึ้น มัก มีความเชื่อผิด ๆ กันว่า การออกกำลังกายมากขึ้นจะทำให้หิวเร็งและรับประทานอาหารมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย จึงมักขจัดความเยื่อนี้ด้วยการรับประทาน การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีช่วยลดความเบื่อหน่าย และเพิ่มการใช้พลังงานเพื่อเผาผลาญไขมันสะสมให้ลดน้อยลง 

5. สร้างสิ่งจูงใจ หรือทัศนคติดี ๆ ต่อ พฤติกรรมใหม่ ๆ เช่น การเขียนข้อความเกี่ยวกับการลดความอ้วน หรือชุดสวย ๆ ในสมัยก่อนที่เคยใส่ได้ เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมาย และสามารถกระตุ้นหรือจูงใจให้มีความพยายามมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด พยายามพักผ่อนให้มาก ๆ ไม่มีประโยชน์เลย ถ้ามีรูปร่างที่สวยงามอย่างที่ต้องการ แต่ต้องอาศัยอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องจากสุขภาพไม่ดี

ที่มา : เอกสาร Live Well

บทความสุขภาพที่เีกี่ยวข้อง